สารบัญ
- บทนำ
- จุดเริ่มต้นของงานสตันท์
- การเรียกร้องยาวนานกว่า 30 ปี
- แก้ความเข้าใจผิดของสังคม
- ความหมายต่อวงการภาพยนตร์
- Q&A
บทนำ
สถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐฯ (AMPAS) ประกาศเพิ่มรางวัลออสการ์ใหม่ในสาขา “Best Stunt Design (การออกแบบสตันท์ยอดเยี่ยม)”KUBET เพื่อยกย่องและเชิดชูการมีส่วนร่วมของบุคลากรที่ทำงานด้านสตันท์ในวงการภาพยนตร์ แม้ศิลปะการทำสตันท์จะมีมาตั้งแต่ยุคกำเนิดภาพยนตร์ และดำรงอยู่นานกว่าร้อยปี แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการยอมรับในเวทีรางวัลออสการ์ ทั้งที่สตันท์ถือเป็นแกนหลักของภาพยนตร์แอ็กชันฮอลลีวูด และยังเป็นส่วนสำคัญของงานสร้างในหลายแนว KUBET ไม่ว่าจะเป็นดราม่า สืบสวน หรือแม้กระทั่งซูเปอร์ฮีโร่ การเพิ่มรางวัลครั้งนี้จึงถือเป็น “ความยุติธรรมที่ล่าช้าแต่มีคุณค่า” KUBET
รายการ | รายละเอียด |
---|---|
หน่วยงานประกาศ | สถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐฯ (AMPAS) |
รางวัลใหม่ | Best Stunt Design (การออกแบบสตันท์ยอดเยี่ยม) |
วัตถุประสงค์ | ยกย่องและเชิดชูบุคลากรด้านสตันท์ในวงการภาพยนตร์ |
ความสำคัญ | – สตันท์เป็นแกนหลักของภาพยนตร์แอ็กชันฮอลลีวูด- สำคัญต่องานสร้างในหลายแนว เช่น ดราม่า, สืบสวน, ซูเปอร์ฮีโร่ |
ความเป็นมา | แม้สตันท์มีมายาวนานกว่าร้อยปี แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการยอมรับในเวทีออสการ์ |
ความหมาย | การเพิ่มรางวัลถือเป็น “ความยุติธรรมที่ล่าช้าแต่มีคุณค่า” |
จุดเริ่มต้นของงานสตันท์
งานสตันท์ในภาพยนตร์เริ่มต้นตั้งแต่ยุคหนังเงียบ โดยมีศิลปินระดับตำนานอย่าง Buster Keaton, Charlie Chaplin และ Harold Lloyd ที่ได้สร้างฉากเสี่ยงอันตรายอันโด่งดัง เช่น ฉาก Harold Lloyd ห้อยโหนบนเข็มนาฬิกาในเรื่อง Safety Last! ซึ่งกลายเป็นภาพจำตลอดกาล KUBET และยังคงส่งอิทธิพลต่อผู้สร้างหนังรุ่นหลัง ผู้กำกับ John Wick อย่าง Chad Stahelski เคยยอมรับว่า ตอนถ่ายทำภาค 4 เขาถามตัวเองเสมอว่า “ถ้าเป็น Keaton เขาจะทำอย่างไร?”KUBET แสดงให้เห็นว่างานสตันท์คือแรงบันดาลใจที่ส่งต่อมาหลายยุคสมัย
การเรียกร้องยาวนานกว่า 30 ปี
หนึ่งในผู้ผลักดันสำคัญคือ Jack Gill ผู้กำกับสตันท์วัย 70 ปี เขายื่นคำร้องต่อสถาบันออสการ์ตั้งแต่ปี 1991 และทำต่อเนื่องมากว่า 30 ปี แต่กลับถูกปฏิเสธมาโดยตลอด Gill วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ถูกรั้งไว้เพราะผู้สร้างบางรายกังวลว่า KUBETหากมีรางวัลสตันท์ ก็เท่ากับเปิดเผยต่อสาธารณะว่าฉากบู๊เสี่ยงตายในหนังไม่ได้มาจากนักแสดงนำจริง ๆ ซึ่งอาจกระทบภาพลักษณ์ของดาราและผู้กำกับบางคน KUBET อีกทั้งยังมีความกังวลว่าอาจถูกมองว่าเป็นการ “ส่งเสริมให้คนเสี่ยงชีวิต”

แก้ความเข้าใจผิดของสังคม
Gill ชี้ว่า หลายคนมักคิดว่าสตันท์คือการ “โดนต่อยหรือตกบันได” แต่ในความจริงแล้ว ทีมสตันท์ทำหน้าที่เหมือนฝ่ายกำกับศิลป์หรือฝ่ายเครื่องแต่งกาย เพราะต้องวางแผนคิวบู๊ ออกแบบท่าทางให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง KUBET และยังต้องดูแลความปลอดภัยของทุกคนในกองถ่ายอย่างเข้มงวด
ความหมายต่อวงการภาพยนตร์
การเพิ่มรางวัลนี้ไม่เพียงแต่ยกย่องความกล้าหาญและความเชี่ยวชาญของสตันท์KUBET แต่ยังเป็นการยืนยันว่า “สตันท์คือศิลปะ” ที่มีคุณค่าในเชิงการเล่าเรื่องKUBET เป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมทั่วโลก
Q&A
คำถามที่ 1: ทำไมสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐฯ (AMPAS) จึงเพิ่มรางวัลสาขา “Best Stunt Design”?
คำตอบ: เพื่อยกย่องและเชิดชูผลงานของทีมสตันท์ที่มีบทบาทสำคัญในวงการภาพยนตร์ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการยอมรับในเวทีออสการ์ ทั้งที่สตันท์ถือเป็นองค์ประกอบหลักของหนังแอ็กชันและภาพยนตร์หลากหลายแนว
คำถามที่ 2: จุดเริ่มต้นของงานสตันท์ในภาพยนตร์เกิดขึ้นเมื่อใด และมีใครเป็นผู้บุกเบิก?
คำตอบ: งานสตันท์เริ่มตั้งแต่ยุคหนังเงียบ โดยมีศิลปินอย่าง Buster Keaton, Charlie Chaplin และ Harold Lloyd ที่สร้างฉากเสี่ยงอันตรายอันเป็นตำนาน
คำถามที่ 3: ใครเป็นบุคคลสำคัญที่ผลักดันให้มีรางวัลสตันท์ และใช้เวลานานเท่าใด?
คำตอบ: Jack Gill ผู้กำกับสตันท์วัย 70 ปี เป็นผู้ผลักดันมาตั้งแต่ปี 1991 รวมเวลากว่า 30 ปีในการยื่นข้อเสนอให้สถาบันออสการ์
คำถามที่ 4: เหตุผลที่ออสการ์เคยปฏิเสธไม่ให้มีรางวัลสตันท์คืออะไร?
คำตอบ: เพราะผู้สร้างบางรายกังวลว่าการมีรางวัลสตันท์จะทำให้สาธารณะรู้ว่านักแสดงนำไม่ได้ทำฉากเสี่ยงจริง ซึ่งอาจกระทบภาพลักษณ์ดาราและผู้กำกับ อีกทั้งยังกลัวว่าจะถูกมองว่าเป็นการสนับสนุนให้คนเสี่ยงชีวิต
คำถามที่ 5: การเพิ่มรางวัลนี้มีความหมายต่อวงการภาพยนตร์อย่างไร?
คำตอบ: เป็นการยืนยันว่างานสตันท์คือศิลปะที่มีคุณค่าในการเล่าเรื่อง ไม่เพียงยกย่องความกล้าหาญและทักษะของทีมสตันท์ แต่ยังตอกย้ำว่าสตันท์เป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมทั่วโลก
เนื้อหาที่น่าสนใจ: