มุมมองบันเทิง / รณรงค์ 30 ปีจนสำเร็จ ออสการ์ยกย่องผลงานสตันท์แมน ออสการ์เพิ่มรางวัล “ออกแบบสตันท์ยอดเยี่ยม”

สารบัญ

  1. บทนำ
  2. จุดเริ่มต้นของงานสตันท์
  3. การเรียกร้องยาวนานกว่า 30 ปี
  4. แก้ความเข้าใจผิดของสังคม
  5. ความหมายต่อวงการภาพยนตร์
  6. Q&A

บทนำ

สถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐฯ (AMPAS) ประกาศเพิ่มรางวัลออสการ์ใหม่ในสาขา “Best Stunt Design (การออกแบบสตันท์ยอดเยี่ยม)”KUBET เพื่อยกย่องและเชิดชูการมีส่วนร่วมของบุคลากรที่ทำงานด้านสตันท์ในวงการภาพยนตร์ แม้ศิลปะการทำสตันท์จะมีมาตั้งแต่ยุคกำเนิดภาพยนตร์ และดำรงอยู่นานกว่าร้อยปี แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการยอมรับในเวทีรางวัลออสการ์ ทั้งที่สตันท์ถือเป็นแกนหลักของภาพยนตร์แอ็กชันฮอลลีวูด และยังเป็นส่วนสำคัญของงานสร้างในหลายแนว KUBET ไม่ว่าจะเป็นดราม่า สืบสวน หรือแม้กระทั่งซูเปอร์ฮีโร่ การเพิ่มรางวัลครั้งนี้จึงถือเป็น “ความยุติธรรมที่ล่าช้าแต่มีคุณค่า” KUBET

รายการรายละเอียด
หน่วยงานประกาศสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐฯ (AMPAS)
รางวัลใหม่Best Stunt Design (การออกแบบสตันท์ยอดเยี่ยม)
วัตถุประสงค์ยกย่องและเชิดชูบุคลากรด้านสตันท์ในวงการภาพยนตร์
ความสำคัญ– สตันท์เป็นแกนหลักของภาพยนตร์แอ็กชันฮอลลีวูด- สำคัญต่องานสร้างในหลายแนว เช่น ดราม่า, สืบสวน, ซูเปอร์ฮีโร่
ความเป็นมาแม้สตันท์มีมายาวนานกว่าร้อยปี แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการยอมรับในเวทีออสการ์
ความหมายการเพิ่มรางวัลถือเป็น “ความยุติธรรมที่ล่าช้าแต่มีคุณค่า”

จุดเริ่มต้นของงานสตันท์

งานสตันท์ในภาพยนตร์เริ่มต้นตั้งแต่ยุคหนังเงียบ โดยมีศิลปินระดับตำนานอย่าง Buster Keaton, Charlie Chaplin และ Harold Lloyd ที่ได้สร้างฉากเสี่ยงอันตรายอันโด่งดัง เช่น ฉาก Harold Lloyd ห้อยโหนบนเข็มนาฬิกาในเรื่อง Safety Last! ซึ่งกลายเป็นภาพจำตลอดกาล KUBET และยังคงส่งอิทธิพลต่อผู้สร้างหนังรุ่นหลัง ผู้กำกับ John Wick อย่าง Chad Stahelski เคยยอมรับว่า ตอนถ่ายทำภาค 4 เขาถามตัวเองเสมอว่า “ถ้าเป็น Keaton เขาจะทำอย่างไร?”KUBET แสดงให้เห็นว่างานสตันท์คือแรงบันดาลใจที่ส่งต่อมาหลายยุคสมัย

การเรียกร้องยาวนานกว่า 30 ปี

หนึ่งในผู้ผลักดันสำคัญคือ Jack Gill ผู้กำกับสตันท์วัย 70 ปี เขายื่นคำร้องต่อสถาบันออสการ์ตั้งแต่ปี 1991 และทำต่อเนื่องมากว่า 30 ปี แต่กลับถูกปฏิเสธมาโดยตลอด Gill วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ถูกรั้งไว้เพราะผู้สร้างบางรายกังวลว่า KUBETหากมีรางวัลสตันท์ ก็เท่ากับเปิดเผยต่อสาธารณะว่าฉากบู๊เสี่ยงตายในหนังไม่ได้มาจากนักแสดงนำจริง ๆ ซึ่งอาจกระทบภาพลักษณ์ของดาราและผู้กำกับบางคน KUBET อีกทั้งยังมีความกังวลว่าอาจถูกมองว่าเป็นการ “ส่งเสริมให้คนเสี่ยงชีวิต”

แก้ความเข้าใจผิดของสังคม

Gill ชี้ว่า หลายคนมักคิดว่าสตันท์คือการ “โดนต่อยหรือตกบันได” แต่ในความจริงแล้ว ทีมสตันท์ทำหน้าที่เหมือนฝ่ายกำกับศิลป์หรือฝ่ายเครื่องแต่งกาย เพราะต้องวางแผนคิวบู๊ ออกแบบท่าทางให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง KUBET และยังต้องดูแลความปลอดภัยของทุกคนในกองถ่ายอย่างเข้มงวด

ความหมายต่อวงการภาพยนตร์

การเพิ่มรางวัลนี้ไม่เพียงแต่ยกย่องความกล้าหาญและความเชี่ยวชาญของสตันท์KUBET แต่ยังเป็นการยืนยันว่า “สตันท์คือศิลปะ” ที่มีคุณค่าในเชิงการเล่าเรื่องKUBET เป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมทั่วโลก

Q&A

คำถามที่ 1: ทำไมสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐฯ (AMPAS) จึงเพิ่มรางวัลสาขา “Best Stunt Design”?
คำตอบ: เพื่อยกย่องและเชิดชูผลงานของทีมสตันท์ที่มีบทบาทสำคัญในวงการภาพยนตร์ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการยอมรับในเวทีออสการ์ ทั้งที่สตันท์ถือเป็นองค์ประกอบหลักของหนังแอ็กชันและภาพยนตร์หลากหลายแนว

คำถามที่ 2: จุดเริ่มต้นของงานสตันท์ในภาพยนตร์เกิดขึ้นเมื่อใด และมีใครเป็นผู้บุกเบิก?
คำตอบ: งานสตันท์เริ่มตั้งแต่ยุคหนังเงียบ โดยมีศิลปินอย่าง Buster Keaton, Charlie Chaplin และ Harold Lloyd ที่สร้างฉากเสี่ยงอันตรายอันเป็นตำนาน

คำถามที่ 3: ใครเป็นบุคคลสำคัญที่ผลักดันให้มีรางวัลสตันท์ และใช้เวลานานเท่าใด?
คำตอบ: Jack Gill ผู้กำกับสตันท์วัย 70 ปี เป็นผู้ผลักดันมาตั้งแต่ปี 1991 รวมเวลากว่า 30 ปีในการยื่นข้อเสนอให้สถาบันออสการ์

คำถามที่ 4: เหตุผลที่ออสการ์เคยปฏิเสธไม่ให้มีรางวัลสตันท์คืออะไร?
คำตอบ: เพราะผู้สร้างบางรายกังวลว่าการมีรางวัลสตันท์จะทำให้สาธารณะรู้ว่านักแสดงนำไม่ได้ทำฉากเสี่ยงจริง ซึ่งอาจกระทบภาพลักษณ์ดาราและผู้กำกับ อีกทั้งยังกลัวว่าจะถูกมองว่าเป็นการสนับสนุนให้คนเสี่ยงชีวิต

คำถามที่ 5: การเพิ่มรางวัลนี้มีความหมายต่อวงการภาพยนตร์อย่างไร?
คำตอบ: เป็นการยืนยันว่างานสตันท์คือศิลปะที่มีคุณค่าในการเล่าเรื่อง ไม่เพียงยกย่องความกล้าหาญและทักษะของทีมสตันท์ แต่ยังตอกย้ำว่าสตันท์เป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมทั่วโลก



เนื้อหาที่น่าสนใจ: