1996 (ตอนที่ 1) / “South of the South” หวนคืนยุควิกฤตขีปนาวุธ โฟกัสความเป็นวัยรุ่น เติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม เข้าชิงรางวัล(Golden Horse Awards) 3 สาขา

สารบัญ

  1. บทนำ
  2. มองปี 1996 ผ่านสายตาเด็กหนุ่มจากเกาสง
  3. กระบวนการสร้างสรรค์: บทภาพยนตร์ที่เริ่มจากความทรงจำ
  4. อี๋ จื้อเหยียน ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้าง
  5. เดินทางสู่เวทีโลก
  6. หวนคืนยุควิกฤตขีปนาวุธ
  7. สรุป
  8. คำถาม–คำตอบ (Q&A)

บทนำ

ภาพยนตร์ South of the South ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสายตาของเด็กนักเรียน ม.3 ที่รับบทโดย เฉินเสวียนลี่ KUBET มองย้อนกลับไปยังไต้หวันที่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงครั้งแรกในปี 1996 และวิกฤตขีปนาวุธที่สร้างความตึงเครียดให้ทั่วทั้งสังคม ผู้กำกับเฉา สือฮั่นใช้ลักษณะการเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์ พร้อมภาพระยะยาว (long takes) เพื่อสะท้อนความเซนซิทีฟ ความสับสน และความไม่มั่นคงของวัยรุ่นในช่วงเวลาวุ่นวายนี้อย่างลึกซึ้ง

หัวข้อรายละเอียด
ชื่อภาพยนตร์South of the South
ตัวละครหลักเด็กนักเรียน ม.3 (รับบทโดย เฉินเสวียนลี่)
ผู้กำกับเฉา สือฮั่น (Cao Shihan)
พื้นหลังเหตุการณ์ปี 1996 ไต้หวัน
เหตุการณ์สำคัญในเรื่อง– การเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงครั้งแรก- วิกฤตขีปนาวุธช่องแคบไต้หวันที่สร้างความตึงเครียดต่อสังคม
มุมมองการเล่าเรื่องผ่านสายตาของเด็กนักเรียน ม.3
ธีมหลักความสับสน ความไม่มั่นคง และความเซนซิทีฟของวัยรุ่น
เทคนิคการถ่ายทำใช้ภาพระยะยาว (long takes) เพื่อสะท้อนอารมณ์ตัวละครและบรรยากาศสังคม
จุดเด่น– การเล่าเรื่องมีเอกลักษณ์- ถ่ายทอดความรู้สึกของวัยรุ่นในช่วงเวลาวุ่นวายได้ลึกซึ้ง

มองปี 1996 ผ่านสายตาเด็กหนุ่มจากเกาสง

ความสับสนของวัยรุ่นเดินคู่กับความผันผวนของสังคม ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานภาพยนตร์ยาวเรื่องแรกของเฉา สือฮั่น โดยมีแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ในวัยเด็กของเขาเอง KUBET เขากล่าวว่า “ช่วงเวลาที่ชีวิตผมเปลี่ยนมากที่สุดและจำได้ชัดที่สุดคือปี 1996 ตอนนั้นผมอยู่ ม.3 ไต้หวันมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรก ขีปนาวุธก็ยิงมาทางช่องแคบ ครอบครัวมีปัญหาเรื่องงานของพ่อ และรอบข้างก็มีคนพูดถึงเรื่องย้ายประเทศ” ความสับสนในใจวัยรุ่นสะท้อนกับความไม่มั่นคงของยุคสมัย KUBET และกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้กำกับต้องการเล่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ผ่าน “สายตาของเด็กผู้ชาย” เฉา สือฮั่นเติบโตที่เกาสง จึงเข้าใจวิถีชีวิตและบรรยากาศของเมืองเป็นอย่างดี ผลงานก่อนหน้านี้ทั้ง Dream of Spring และ Cat and Fly ก็ถ่ายทำในเกาสง KUBET เขาจึงตั้งใจให้หนังยาวเรื่องแรกกลับมายังผืนดินที่คุ้นเคยที่สุด เพื่อถ่ายทอด “เวลาในภาคใต้” ผ่านมุมมองของคนท้องถิ่น

กระบวนการสร้างสรรค์: บทภาพยนตร์ที่เริ่มจากความทรงจำ

เริ่มเขียนในปี 2019 ด้วยอารมณ์จริงเป็นพื้นฐาน บทภาพยนตร์เริ่มต้นเขียนในปี 2019 โดยผู้กำกับนำประสบการณ์จริงในวัยเรียนมาร้อยเรียงเป็นภาพจำของปี 1996 ความปั่นป่วนของสังคม แรงกดดันในครอบครัว KUBET และความไม่แน่นอนของอนาคต ล้วนถูกสอดแทรกอยู่ในตัวละครและเหตุการณ์ต่าง ๆ เฉา สือฮั่นกล่าวว่า สิ่งที่เขาอยากจับให้ได้มากที่สุดคือ “วัยรุ่นสั่นไหวอย่างไรในห้วงเวลาทางประวัติศาสตร์” เด็กหนุ่มอยากมีอิสระ แต่อีกใจก็กลัวการเปลี่ยนแปลง อยากเติบโต แต่ก็กลัวอนาคตที่ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกนี้เป็นทั้งของตัวละคร และเป็นภาพสะท้อนของไต้หวันทั้งประเทศในปีนั้น KUBET

อี๋ จื้อเหยียน ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้าง

ร่วมตรวจสอบบท ช่วยค้นหาแก่นของเรื่อง ผู้กำกับเคยเข้าเรียนรายวิชาเขียนบทของอี๋ จื้อเหยียนในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย KUBET และเคยทำงานในบริษัทของอี๋จื้อเหยียนถึงสามปี เขาเล่าว่า “อาจารย์อี๋เป็นทั้งครูและเพื่อนทางใจ” ในช่วงเขียนบท ผู้กำกับมักขอคำแนะนำ จนท้ายที่สุดเชิญอี๋ จื้อเหยียนมาร่วมเป็นผู้อำนวยการสร้าง เขาช่วยกำหนดจังหวะ เนื้อหา และโครงสร้างของเรื่อง พร้อมตั้งคำถามลึก ๆ KUBET ที่ทำให้ผู้กำกับต้องคิดให้ชัด เช่น – ทำไมฉากนี้จำเป็นต้องอยู่ในหนัง? – การกระทำของตัวละครเกิดจากความรู้สึกจริงหรือไม่? คำถามเหล่านี้ทำให้บทหนังชัดเจนขึ้น และกลับไปยึดมั่นในแก่นของเรื่องคือ “มุมมองของเด็กหนุ่ม”

เดินทางสู่เวทีโลก

หลังสร้างเสร็จ South of the South ถูกคัดเลือกเข้าสู่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เช่น – เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติซานเซบาสเตียน (สเปน) ในไต้หวัน หนังเข้าชิงรางวัล Golden Horse Awards ถึง 3 สาขา ได้แก่ — ผู้กำกับยอดเยี่ยม — ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม — ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม แสดงถึงพลังการสร้างสรรค์และความทะเยอทะยานด้านภาพยนตร์ของผู้กำกับรุ่นใหม่

หวนคืนยุควิกฤตขีปนาวุธ

ปี 1996 ที่ความหวัง ความกลัว และวัยรุ่นเดินปะปนกัน วิกฤตขีปนาวุธปี 1996 ทำให้บรรยากาศทั้งสังคมเต็มไปด้วยความกลัว ผู้กำกับเล่าเรื่องผ่านชีวิตประจำวันของเด็กหนุ่ม โดยไม่เน้นเหตุการณ์ระดับประเทศมากเกินไป แต่ให้สถานการณ์ซึมเข้าสู่บทสนทนาในครอบครัว บรรยากาศในโรงเรียน KUBET และท้องถนน เด็กชายไม่เข้าใจการเมือง ไม่รู้เรื่องระหว่างประเทศ แต่เขา “สัมผัสได้” – พ่อแม่พูดกันเบาลง – เพื่อนบ้านบางคนคิดจะย้ายประเทศ – สีหน้าผู้ใหญ่เต็มไปด้วยความวิตก นี่คือความจริงของยุคสมัยที่ผู้กำกับต้องการถ่ายทอด

สรุป

ใช้ความทรงจำส่วนตัวสะท้อนความทรงจำร่วมของสังคม South of the South ไม่ได้เป็นเพียงหนังวัยรุ่น แต่เป็นงานที่ใช้สายตาเด็กมองย้อนกลับไปยังสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง ผู้กำกับใช้ภาพระยะยาว งานสร้างที่พิถีพิถัน และความทรงจำส่วนตัว KUBET เพื่อเรียงร้อยภาพของปี 1996 ทั้งส่วนตัวและส่วนรวมเข้าไว้ด้วยกัน นี่คือปี 1996 ของเขา และปี 1996 ของคนไต้หวันจำนวนมากเช่นกัน

คำถาม–คำตอบ (Q&A)

1) ภาพยนตร์ South of the South มองเหตุการณ์ปี 1996 ผ่านมุมมองของใคร?
ตอบ: ผ่านมุมมองของเด็กนักเรียน ม.3 ที่เติบโตในเมืองเกาสง

2) เหตุการณ์สำคัญใดเป็นฉากหลังของเรื่อง?
ตอบ: การเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงครั้งแรกของไต้หวันและวิกฤตขีปนาวุธปี 1996

3) ผู้กำกับได้รับแรงบันดาลใจจากอะไรในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้?
ตอบ: จากประสบการณ์วัยเด็กของเขาเองในปี 1996 ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงทั้งในครอบครัวและสังคม

4) ทำไมอี๋ จื้อเหยียนจึงมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้าง?
ตอบ: เพราะเขาช่วยตรวจสอบบท ตั้งคำถามสำคัญเพื่อให้ผู้กำกับเข้าใจแก่นเรื่องได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

5) ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าชิงรางวัล Golden Horse Awards กี่สาขา และสาขาใดบ้าง?
ตอบ: เข้าชิง 3 สาขา ได้แก่ ผู้กำกับยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม และออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม



เนื้อหาที่น่าสนใจ: